ดู บางคนโชคดีในเรื่องความรักเหลือเกิน เพราะอยู่ดีๆก็มีคนมาชอบทีเดียวหลายคนเชียวนะ ทำให้บางครั้งอาจเลือกไม่ถูกเหมือนกันแหละว่าจะคว้าใครมาเป็นแฟนตัวจริงเสียงจริงดีฟะ เพราะเวลามีคนมาจีบก็แหม....เข้าแถวกันมาพรึ่บพรั่บหยั่งงี้ ทำให้เขินตายชักน่ะสิจ๊ะ
แต่พูดก็พูดเหอะ การมีคนมาจีบทีเดียวพร้อมกันหลายคนก็มีข้อดีหลายอย่าง ทำให้คุณได้เลือกคนที่เข้ามาจีบให้ถูกสเปกที่ต้องตาต้องใจได้, ทำให้รู้ว่า คุณยังเป็นที่รักของคนอื่นอยู่นะ ไม่ใช่ หมดเสน่ห์หรือไร้น้ำยาซะจนนึกว่าไม่มีใครสนซะแล้ว แถม คุณไม่ต้องไปตามจีบใครให้ยุ่งยาก ซะด้วย เพราะมีคนเข้ามาหาเอง (เหมือนเพลงที่ว่า หนูเปล่านะ เค้ามาเอง หนูเปล่าชวนนะ เค้ามาเองไงฮ้า) เอ้า...อย่าคิดเชียวว่าการไปจีบคนอื่นน่ะเป็นเรื่องหมูๆ เพราะขอยืนยันฮ่ะว่า ให้คนอื่นเค้ามาจีบเราน่ะดีแล้ว มันง่ายกว่า "ออกไปแสวงหา" และตามจีบคนอื่นให้มารักมาหลงนะซีกระนั้น ขอให้มี 1 ในจำนวน "คนที่เข้ามาจีบ" ทำให้คุณถูกชะตาด้วยจริงๆสักคนเหอะว่ะ จะได้โป๊ะเชะมีแฟนกะเค้าสักที ไม่ใช่ว่า ในบรรดาผู้ที่เข้ามา "แจกขนมจีบ" ปรากฏว่า ไม่มีใครคนไหนเลยที่คุณชอบหรือนึกรักก็แย่ดิ่ แสดงว่าถึงมีคนมาจีบก็ทำให้คุณเสียเวลาเปล่าๆ เพราะคุณจะไม่เลือกพวกที่เข้ามาจีบ เนื่องจากไม่ตรงกะความสนใจของคุณเลยสักคนไงเล่างั้นโอมเพี้ยง ขอให้พวกที่เข้ามากระแซะ ทำให้ใจของคุณสั่นหวั่นไหวสักคนเหอะนะ!ทีนี้ก็เกิดความสงสัยต่อไปอีกว่า ถ้าเผื่อใครถูกคนมะรุมมะตุ้มรุมรักมากกว่าคนนึงขึ้นไป ประมาณว่าอาจมี 2–3 คนมาจีบคุณพร้อมกัน หยั่งงี้คุณจะทำไงดีน้อ?1. ลองคบแล้วดูใจแต่ละคนไปก่อนละกันหากคุณมีเวลาเหลือเฟือ และยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน (เอ๊าไม่แน่ เวลามีคนมาจีบ อาจเป็นช่วงที่คุณมีแฟนแล้ว หรือยังไม่มีแฟนก็ได้ใช่ปะ) ถ้าสมมติว่าคุณยังไม่มีแฟน จะลองคบหาดูใจพวกที่เข้ามากะลิ้มกะเหลี่ยทีละคนไปก่อนก็ได้ เช่น วันจันทร์ก็ไปเดท (นัดเที่ยว) กะคนนึง พอวันพุธก็ไปกะอีกคน ส่วนวันศุกร์ก็เลือกคนที่คุณชอบที่สุดไปด้วยกัน ย่อมทำให้คุณรู้จัก "คนที่มาแจกขนมจีบ" มากขึ้น วิธีนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นนะว่าจะเลือกใครเพื่อมาคบกันแบบจริงจังมากขึ้นฮั่นแน่ อยากลองละซี2. ถ้านัดใครไปเที่ยว แต่ไม่อยากไปกันเพียง 2 ต่อ 2 ก็ควรชวนเพื่อนไปด้วยซึ่งดีเหมือนกันนะ ถ้าคุณจะไม่ไปไหนมาไหนกะคนที่เข้ามาจีบเพียง 2 ต่อ 2 เพราะคุณจะไปรู้ได้ไงล่ะว่า แต่ละคนนิสัยเป็นยังไง? ขืนไปกันเพียง 2 คนแล้วถูกเค้ารังแกเอา เดี๋ยวจะเสียความรู้สึก งั้นอย่าเพิ่งเลย ใช้วิธีชวนเพื่อนของคุณไปด้วยดีกว่าน่า การไปกันเป็นฝูง...เอ๊ยเป็นกลุ่ม คุณจะได้ให้เพื่อนช่วยแสดงความเห็นด้วยไงว่า แล้วตกลงคุณจะเลือกใครคนไหน เพื่อคบกันต่อไปหรือคนไหนตัดทิ้งซะ3. เลือกคนที่คุณคิดว่าน่าจะมีอนาคตไปกันได้ด้วยดีมากที่สุดเมื่อถึงเวลาต้องเลือก ก็ตัดสินใจสักทีได้แล้วอย่ามัวยึกยัก ใครที่คิดว่าเหมาะกะคุณที่สุด ก็นั่นแหละใช่เลย แต่ถ้ายังไม่มั่นใจว่าเลือกถูกรึยัง จะรั้งรอไว้ก่อนก็ได้ไม่เป็นไร ทว่าจะรอไปอีกแค่ไหน ควรตระหนักไว้หน่อยละกันว่า ความรักบางทีก็ไม่ควรใช้เวลาเลือกนาน เพราะเดี๋ยวคนที่คุณ "มีใจให้" เกิดหลุดลอยไปไกลเกินเอื้อมแล้วจะมาร้องโอดโอยไม่ได้นะ4. เมื่อได้คนถูกใจแล้วก็อย่าเล่นตัวมากในเมื่อคุณรู้แล้วว่า จะเลือกใคร กรุณาบอกเค้าอย่างเด็ดเดี่ยวกล้าหาญด้วยสิว่า ชั้นเลือกคุณเป็นแฟนแล้วนะ ไม่ใช่ปล่อยให้เค้าคิดเองเออเองว่า เอ...คุณรับรักเค้ารึยังหว่า? เพราะคุณไม่อยากบอกเค้าตรงๆ กลัวเดี๋ยวเค้าจะระริกระรี้เกินเหตุ ดังนั้น คุณจึงเป็นฝ่ายเล่นตัวก่อนซะเลย ก็ไม่เก๋นะยะ5. คบแล้วก็อย่าเลิกกันเร็ว ควรมีน้ำอดน้ำทนซึ่งกันและกันให้มากเข้าไว้ถ้าคิดว่า เวลาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิด แล้วต้องให้เค้าง้อคุณทุกทีละก็ (เพราะเค้าเป็นฝ่ายติดบ่วงเสน่ห์ของคุณก่อน จึงคิดว่าเค้าต้องเป็นฝ่าย "ยอม" เสมอดิ่) อยากให้คิดใหม่ว่า ใครทำผิดฝ่ายนั้นก็ควร "ง้อ" ต่างหาก ไม่ใช่อะไรๆก็คิดว่าคุณถูกเสมอ หยั่งงี้ท่าทางจะคบไม่ยืดนะ ทางที่ดีเมื่อเป็นแฟนกันแล้วก็อย่างอนหรือมีปากเสียงกันบ่อย อย่าลืมว่าก่อนตัดสินใจเป็นแฟน คุณก็คัดแล้วคัดอีกไม่ใช่เหรอ อะไรที่หยวนๆกันได้ ก็ควรอะลุ้มอล่วยกันซะ แหม กว่าจะรักกันได้มันยากนะตัวเอง แล้วยังจะมาเลิกกันเร็วคงไม่แจ๋วเท่าไหร่อ้อ มีอีกเรื่องที่อยากให้ระมัดระวังไว้หน่อย ได้แก่ ตอนที่เป็นแฟนกันน่ะ อาจมีสิ่งล่อใจให้คุณตกเป็นของเค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าคุณยังไม่พร้อมที่จะ "เป็นของเค้า" ละก็ โปรดเตือนตัวเองในสถานการณ์เหล่านี้ไว้มั่งละกัน เช่น...*เมื่อคุณน่ารักและสวยเป็นพิเศษกว่าทุกวัน แล้วถ้าวันนั้นความน่าร้ากของคุณ ดันทำให้เค้าเกิดความรู้สึกซู่ซ่าขึ้นมาอย่างฉับพลันทันใดละก็ เค้าย่อมหมายมั่นปั้นมืออยากปล้ำคุณขึ้นมาน่ะสิ ฉะนั้น อย่าทำตัวเซ็กซี่เกินไปนะจ๊ะ ถ้าเค้าหน้ามืดอยาก "ฟัน" คุณขึ้นมาจะได้หลบเลี่ยงได้ทัน*เมื่อบรรยากาศมันพาไป คิดดูเดะ ถ้าเค้าพาคุณไปทานอาหารค่ำใต้แสงเทียน แล้วถ้าเผื่อทั้งคุณและเค้าเกิดอารมณ์อยากนัวเนียกันขึ้นมา ก็อย่าลืมเตือนสติตัวเองให้อยู่กะร่องกะรอยหน่อย*เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้สึกเปลี่ยวใจ โอ๊ย...อาการเปลี่ยวเหงาชวนโหยหาให้ทั้งคู่อยู่ในอารมณ์รัญจวนดีนักแหละ ถ้าคุณยังไม่อยากให้เค้ารวบรัดละก็ อย่าปล่อยกายให้เค้ารุกล้ำพื้นที่สุดสงวนเข้ามาเชียว ถ้าคิดว่ายังไม่ถึงเวลาก็ควรอดใจไว้ก่อน เมื่อถึงช่วงเหมาะสมค่อยว่ากัน ส่วนเค้าก็ควรรักษาน้ำใจของ คุณด้วย ไม่ใช่กลัดมันอย่างเดียวก็ไม่ถูกนะ
Sunday, May 31, 2009
Sunday, May 24, 2009
แฟนเก่าของคุณเป็นคนอย่างไร ?
ขึ้นชื่อว่า "แฟนเก่า" ไม่ว่าใครคงเคยมีกันมาแล้วใช่มะ โถ...ป่านฉะนี้ยังมีผู้ใดอีกรึที่จะปฏิเสธว่าไม่เคยมีอดีตรักซึ่งเคยเป็นคนที่คุณห่วงหาอาทรขนาดยามนอนไม่ได้กินและยามกินไม่ได้นอนเพราะเอาแต่หวง...เอ๊ย เป็นห่วงแต่เค้าน่ะ มีด้วยเรอะ แหม...สงสัยจริงเชียวซึ่งการเป็นแฟนเก่าของกันและกันมีหลายแบบซะด้วยสิ ไม่ว่าจะเลิกทั้งที่ยังเลิฟกัน แต่มีอุปสรรคขัดขวางบางอย่างจนทำให้ต้องแยกทาง ทั้งที่ใจไม่ อยากเลิกก็มี ทว่า ตอนนั้นทั้งคู่ดัน "ไปด้วยกันไม่ได้" นี่หว่า ส่วนคู่ที่เลิกเพราะผิดใจกันอย่างรุนแรง แล้วไม่อยากติดต่อกันอีกเลยก็มีให้เยอะแยะว่าตามตรง ไม่ค่อยมีใครอยากได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่านักหรอก ไม่ใช่ว่าคำนี้เป็นคำไม่ดีหรือมีแต่จะสร้างลางร้ายให้แก่ผู้ที่เป็นแฟนเก่าหรอกนะ เพียงแต่ใครๆก็อยากได้ชื่อว่าเป็น "แฟน" เฉยๆ หรือเป็น "แฟนใหม่" มากกว่า เพราะให้ความรู้สึกดีกว่ากันเยอะ แล้วใครยังอยากเป็น "แฟนเก่า" ฟะที่เกริ่นมา เพราะอยากฝอยถึง "แฟนเก่ายอดแย่" กับ "แฟนเก่ายอดเยี่ยม" ไงจ๊ะ เนื่องจากเห็นบางท่านแสนโชคดีที่ยังมีแฟนเก่าคอยวนเวียนให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ ตรงข้ามกะบางคนมีแฟนเก่าประสาอะไรไม่รุ ชอบคอยมารบกวนและตามรังควานจนไม่อยากนับให้มันเป็นแฟนเก่าด้วยซ้ำ ส่วนแฟนเก่าที่ต่างคนต่างอยู่ก็ยังดีกว่าเป็นแฟนเก่ายอดแย่ละว้างั้นมาดู ตัวอย่างของแฟนเก่ายอดเยี่ยมกันก่อนดีกว่า ว่าเค้าเป็นกันอย่างไร?1. ยังเป็นเพื่อนกันได้ แม้เดี๋ยวนี้จะไม่ใช่ แฟนกันแล้วก็ตามแฟนเก่าทำนองนี้ ทำให้คุณคิดไม่ออกแล้วล่ะว่า เราเลิกกันด้วยเหตุอันใด เพราะยามที่คุณไม่มีใครเป็นเพื่อน ก็มีเค้านี่แหละทำหน้าที่เป็นเพื่อนให้ได้เสมอ แบบหากคุณอยากไปช็อปปิ้งที่ตลาดนัดกลางแจ้ง ทว่า เพื่อนแต่ละคนของคุณกลับห่วงสวยไปซะหมด แต่แทนที่คุณจะสิ้นหวังไปเลย ทันใดนั้น ก็คิดขึ้นมาได้ว่ายังมีแฟนเก่าที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนซี้ไปแล้วนี่แหละที่สามารถชวนไปไหนก็ไปด้วยได้ แม้เค้าจะมีข้อแม้อยู่บ้างตรงที่ขอให้วันนั้นไม่ติดธุระสำคัญอะไร เห็นมะคุณก็มีคนไปด้วยแล้ว2. ห่วงใยคุณยามเจ็บไข้ได้ป่วยถ้าเมื่อไหร่เค้ารู้ว่าคุณไม่สบาย เค้าจะหาหยูกยามาให้ หรืออย่างน้อยจะคอยกระตุ้นให้คุณไปหาหมอให้ได้ เพราะไม่อยากปล่อยให้คุณเดาวิธีรักษาเอาเอง ดีไม่ดีหากรู้ว่าคุณกำลังป่วยหนัก เค้าอาจเป็นคนแรกๆเลยด้วยซ้ำที่พาคุณไปหาหมอ และอยู่เป็นเพื่อนแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นแฟนเก่าแล้วก็ตาม แต่นึกออกมะ ว่าเค้ายังเห็นแก่ความรัก ที่เคยมีต่อกัน จึงยังห่วงหาอาทรคุณอยู่นั่น3. ยังเคารพพ่อแม่ของคุณ ไม่ได้เห็นว่าเป็นคนอื่นคนไกลส่วนสมาชิกพี่น้องในครอบครัวของคุณก็รู้จักเค้าและยังติดต่อไปมาหาสู่กันอยู่ ถึงจะไม่สนิทเหมือนแต่ก่อน กระนั้น พวกเราก็ไม่ได้โกรธอะไรกันนี่นา แล้วทำไมจะคุยกันไม่ได้ล่ะ4. เค้าอาจเฮิร์ท (ปวดใจ) ถ้ารู้ว่าคุณมีแฟนใหม่ แต่ทำไงได้ในเมื่อเราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วนี่ ก็ไม่รู้จะขัดขวางคุณไปทำไม เพราะสักวันเค้าต้องมีแฟนใหม่เหมือนกันอ้อ ถ้าอ่านแล้วคิดไม่ถึงว่า แฟนเก่าของใครจะดีได้ถึงปานนี้ละก็ ขอยืนยันว่ามีจริงละกันจ้ะทีนี้มาถึง แฟนเก่ายอดแย่ มั่ง ชื่อก็บอกแล้วว่า ต้องไม่ใช่แฟนเก่าที่ทำให้ "คนเคยรัก" แฮปปี้แน่นอน แล้วอะไรล่ะที่เค้าทำให้คุณรู้สึกไม่ดีน่ะ ก็มีคุณสมบัติบ้าบอราวๆนี้ไงยะ...1. ถ้าวันไหนเครียดและหาที่ลงไม่ได้ เค้าจะโทร.มาต่อว่าคุณเฉยเลยทั้งๆที่ตอนคุณรับโทรศัพท์ของเค้า ใจยังมีความหวังอยู่นิดนึงว่า เค้าคงมีเยื่อใยจึงอยากโทร. มาทักทายและสอบถามสารพัดสุขดิบจากคุณที่เคยเป็นอดีตของเค้าล่ะมั้ง แต่ที่ไหนได้ พี่แกดันหัวเสียมาจากไหนไม่รู้ คุณจึงโดนเค้าต่อว่าต่อขานซะยกใหญ่ คล้ายหยั่งกะว่า แม้ "รักจบไปแล้วแต่คนไม่จบ" อ่ะ มีอะไรปะ เนียะแสดงว่า เห็นแฟนเก่าเป็นกระโถนหรือถังขยะนะเซ่ ถ้าเค้าขืนเป็นงี้ละก็ คุณอย่าหลวมตัวรับโทรศัพท์ จากเค้าอีกเชียว อะไรวะ คนอย่างนี้ก็มีด้วย2. ปล่อยข่าวว่าเค้าเป็นฝ่ายเลิกกับคุณ ไม่ใช่เพราะคุณขอเลิกกะเค้าแสดงว่าเค้ากลัวเสียหน้าดิ่ หากมีใครรู้ว่าเค้าโดนคุณทิ้ง ทั้งๆที่ใครเลิกกะใครก่อนก็ไม่เห็นต้องเก็บไปคิดมากอีกแล้ว ปล่อยให้เรื่องนี้ทั้งคู่รู้กันแค่สองคนไม่ดีกว่าเรอะ ขืนเอาเรื่องนี้ไปพูดก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น เว้นแต่เค้าอยากทำให้คุณ "เสียเซลฟ์ (ขาดความมั่นใจในตัวเอง)" และพยายามทำให้คนอื่นมองว่าคุณเป็นนางมารร้าย ที่ใครก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแหงเลย อู้หู แผนสูงนะยะ3. เอาเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวของคุณไปโพน-ทะนาโดยเฉพาะเรื่องอะไรที่สามารถทำให้คุณอับอายได้ เช่น คุณชอบใส่กางเกงในสีอะไร? หรือคุณชอบให้ชาวบ้านชมว่าเซ็กซี่ทั้งที่ทรวดทรงไม่เป็นใจให้ เป็นงั้นซะหน่อย แต่เค้าจะเที่ยวนำเรื่องเหล่านี้ไปพูดให้คุณขายหน้าซะอย่าง แสบไหมล่ะ สงสัยตอนก่อนเลิกคงผิดใจและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงสิท่า เค้าถึงยังตั้งหน้าตั้งตาราวีคุณไม่เลิกอย่างงี้4. ชอบยั่วให้โมโหและเจ็บใจ ถ้าเผื่อบังเอิญเดินสวนกัน ขณะคุณควงแฟนใหม่มาด้วย เค้าก็จะยั่วให้คุณโมโหด้วยคำพูดที่ชวนหงุดหงิดและอาจทำให้คั่งแค้นไปหลายวันต่อหน้าแฟนใหม่ของคุณ อย่างเช่น "โอ้โห วันนี้ผมโชคดีจัง ที่เจอสาวเร่าร้อนคนเก่งของผม ถ้าแฟนใหม่ของคุณไร้น้ำยาในการให้ความสุข (บนเตียง) กะคุณละก็ ผมยังยินดีช่วยให้สุขสมอารมณ์หมายนะคร้าบ" ปากพล่อยจริงๆเลยไอ้แฟนเก่าหยั่งงี้แหม...มันน่ากระทืบ เอ๊ย น่าหลีกหนีถอยห่างไปคนละโยชน์ว่ามะ
Subscribe to:
Posts (Atom)

